แพ้ยา

 


  แพ้ยา คำนี้สั้นแต่กินความกว้างแปลตรงตัวก็คือยามันแรงจนคนใช้ต้องแพ้หรือยาชนะ
 คนนั่นเอง   แต่ตามหลักแพทย์และเภสัชจะมีความหมายแคบกว่านี้  โดยจะหมายถึง
 การที่ร่างกายเกิดพิษจากยาจนต้องห้ามใช้ยานั้นต่อไป  ซึ่งอาการแพ้ยาอาจเป็นเพราะ
 ฤทธิ์ยาแรงไปสำหรับคน ๆ  นั้นหรือแม้กับคนอื่น ๆ  หรืออาจเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลคือ
 คนอื่นๆ ใช้ยานี้แล้วๆ ไม่แพ้  กรณีหลังเป็นการแพ้ยาจริงๆ  คือเป็นเรื่องของปฏิกิริยา
 ภูมิแพ้

  เนื่องจากผู้ป่วยไม่มีผู้ป่วยไม่มีความรู้ทางแพทย์ หรือเภสัชจะให้เข้าใจเหมือนพวกที่
 ร่ำเรียนมาโดยตรงไม่ได หากใช้ยาอะไรแล้วรู้สึกไม่ดก็จะเกิดความรู้สึกแพ้ยา ซึ่งบาง
 ครั้งความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเป็นคนกลัวยาอยู่แล้ว  หรือเป็นเพราะฤทธิ์ข้าง
 เคียงของยา ในกรณีเช่นนี้ในกรณีนี้ยังไม่ใช่การแพ้ยาหากยาที่ใช้เป็นสิ่งจำเป็นตามที่
 แพทย์พิจารณาแล้ว สิ่งที่ควรทำคือปรึกษาแพทย์ หากแพทย์ยืนยันว่าไม่ใช่แพ้ยา ก็ให้
 พิจารณาดูว่าความรู้สึกไม่ดีเมื่อเทียบกับผลดีที่จะได้จากยามันเป็นอย่างไร สมควรจะ
 ใช้ยา  ต่อไปหรือจะต้องเปลี่ยนยา  เพราะถ้าไม่จำเป็นจริงๆ  ก็ไม่ควรเปลี่ยนยาบ่อย
 เนื่องจากยาที่ได้รับอยู่เดิมมักจะเป็นยาที่แพทย์คิดว่าเหมาะสมที่สุด หากจะต้องเปลี่ยน
 ยา แพทย์ก็จะต้องเลือกใช้ยาที่เหมาะสมน้อยกว่า

  หลักโดยทั่วไปในการพิจารณาเลือกใช้ยาของแพทย์คือ แพทย์จะพิจารณาโดยรวมถึง
 สรรพคุณของยา , พิษของยา , ราคายา สภาพผู้ป่วย และเหตุผลอื่นๆ แล้วจะเลือกใช้ยา
 ที่เหมาะสมเป็นอันดับแรก คำว่าเหมาะสมจะต้องขึ้นอยู่กับองค์ประกอบต่างๆที่กล่าวมา
 จะไม่ใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง ยาอย่างหนึ่งอาจมีสรรพคุณสูงกว่า แต่อาจติดปัญหาเรื่องพิษ
 มากกว่า  ราคาแพงกว่า  หรือสภาพผู้ป่วยไม่เหมาะสมเท่ากับยาอีกขนานหนึ่งซึ่งอาจมี
 สรรพคุณอ่อนกว่า

 ถ้าเราไม่พิจารณาอาการที่เข้าใจว่าแพ้ยาให้ดีจะเกิดปัญหาคือเราจะไม่กล้าใช้ยานั้นอีก
 เป็นเหตุให้ทางเลือกในการใช้ยาเราน้อยลง ยกตัวอย่างยาปฏิชีวนะที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคท
ี่ เป็น สาเหตุของโรคติดเชื้อต่างๆ ที่เป็นนิยมใช้กันโดยทั่วไปสำหรับโรคติดเชื้อไม่ร้าย
 แรงจะมีอยู่ไม่กี่ขนาน  หากเราทนฤทธิ์ข้างเคียงไม่ได้เพราะคิดว่าแพ้ไปหมดแล้วจะให้
 หมอใช้ยาอะไร

 จากประสบการณ์เป็นแพทย์มานาน สามารถพูดว่า พบคนไข้ที่แพ้ยาหลายขนานอย่าง
 แท้จริงน้อยมาก ส่วนมากจะแพ้เพียงหนึ่งหรือสองขนานเท่านั้น แต่ที่พบบ่อยมากๆคือ
 อาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาโดยตรงหรือฤทธิ์ข้างเคียงของย า   เปรียบได้ดังเช่น
 คุณสมบัติเฉพาะตัวของเครื่องเทศที่ใช้ในเครื่องเทศที่ใช้ในครัวเรือนต่างๆ

 จากหนังสือเรื่อง "หมอปากหมา เล่ม 2 "