เรื่อง ' ยาครอบจักรวาล ' นี้ ฟังดูก็น่าจะรู้ว่าไม่มีในโลก แต่กลับได้ยินบ่อยๆ บอก
ตามตรงว่าในวงการแพทย์แผนปัจจุบันไม่มียานั้นคำว่า 'ครอบจักรวาล' ตามความหมาย
ก็คือ ยาที่ ' รักษาได้สารพัดโรค' อะไรจะปานนั้น แค่โรคกระดูกผุกร่อนกับโรคกระดูกงอก
มันก็ต้องใช้ยาตรงกันข้ามยังมีโรคหรือโรคความดันโลหิตสูงกับความดันโลหิตต่ำก็ใช้
ยาตรงกันข้ามยังมีโรคหรืออาการผิดปกติที่มีลักาณะตรงกันข้ามพอจะนำมาโต้แย้ง
เรื่องยาครอบจักรวาลดังนี้ พวกหัวล้าน-พวกขนดก, หูตึง-หูอื้อ มีเสียงก้องในหู,ตาแฉะ
,ตาแห้ง,น้ำมูกไหลมาก-น้ำมูกข้นเหนียว,สายตาสั้นสายตายาว,หัวใจเต้นเร็ว-หัวใจเต้นช้า
,หายใจตื้น-หายใจลึก,ท้องผูก-ท้องเสีย,ปัสสาวะมาก,ปัสสาวะน้อย,กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต
-กล้ามเนื้อกระตุก,และอาการปวด-อาการชา เป็นต้น
มียาบางอย่างที่มีสรรพคุณกว้างแต่ก็ไม่น่าจะเรียกว่ายาครอบจักรวาลและกลับต้อง
ใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะโดยมากเวลาจะรักษาโรคอะไรหมอมักจะแก้ให้ตรงจุด
มากกว่าจะให้วิธีเหวี่ยงแห จึงนิยมเลือกใช้ยาที่มีสรรพคุณเฉพาะเจาะจง เพื่อหลีกเลี่ยง
ผลข้างเคียงหรือพิษของยา
ในวงการแพทย์แผนโบราณจะมียาครอบจักรวาล เพราะในสมัยก่อนเรายังมีความรู้ทาง
การแพทย์น้อยมาก การตรวจ-รักษาอาศัยความรู้ที่ได้จากการจดจำจากคำบอกเล่าของ
บรรพบุรุษหรือครูบาอาจารย์ ทำให้การจำแนกอาการและจำแนกโรคแตกต่างไปจากวิชา
แพทย์แผนปัจจุบัน
ยกตัวอย่างเช่น เวลาคนไม่สบายเพราะมีไข้และปวดเมื่อยเนื้อตัว ซึ่งปัจจุบันจะไม่
่ถือว่าเป็นโรค แต่เป็นจากโรคได้หลายโรค ได้แก่ โรคติดเชื้อต่างๆ เช่น ไข้หวัด ไข้หวัด
ใหญ่ คออักเสบ ไข้มาลาเรีย ไข้ไทฟอยด์ วัณโรคและเยื้อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น พวกนี้
ถ้าใช้สมุนไพรบางอย่างแล้วไข้ลดลงหายปวดเมื่อย ส่วนจะหายจากโรคหรือหายไปจาก
โลกก็แล้วแต่ป่วยเป็นโรคอะไร แต่ยาดังกล่าวก็จะถูกจัดเป็นยาครอบจักรวาลได้ ซึ่งใน
ปัจจุบันก็เพียงแค่เป็นยาบรรเทาอาการคือลดไข้-บรรเทาปวดเท่านั้น เช่น ยา"พาราเซ
ตามอน" หรือ "แอสไพริน"ซึ่งถ้าย้อนกลับไปในอดีต ไม่ถึง 100 ปี หากมียาพวกนี้ใช้คงทำ
ให้แตกตื่นกันทั้งเมือง เพราะกินแค่ 1-2 เม็ดรักษาได้ทุกโรค ปัจจุบันยาดังกล่าวเม็ดละไม่
ถึงหนึ่งสลึง
ยาที่น่าเป็นห่วงว่าจะนำมาใช้กันผิด ๆ ว่าเป็นยาครอบจักรวาลก็คือ ยากลุ่มสเตรียรอยด์
เพราะยาพวกนี้มีสรรพคุณลดอาการอักเสบได้มากกว่าแอสไพริน แต่ก็มีพิษมากกว่ากัน
หลายเท่า และฤทธิ์ข้างเคียงบางอย่างถูกทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นของดี เช่น ยาจะระคาย
กระเพาะอาจทำให้หิวบ่อยแต่อาจมีผลให้เกิดเป็นแผลและกระเพาะอาหารทะลุได้ ยาทำให้
ไขมันสะสมบริเวณหลังและท้อง ทำให้อ้วนขึ้น หน้ากลมขึ้น แต่ต่อไปจะอ้วนจนน่าเกลียด
เพราะอ้วนผิดรูป ยาอาจทำให้เป็นเบาหวาน, ความดันโลหิตสูง, ความต้านทานต่ำ ติดเชื้อ
ง่ายโดยเฉพาะเชื้อรา, กระดูกผุ, ต้อกระจก, ขนขึ้นมาก, ผิวหนังบาง, แผลหายช้า และ
กล้ามเนื้อลีบ
จากหนังสือเรื่อง "หมอปากหมา เล่ม 2 "